บทที่ 21 เหตุใดเขาไม่ได้เรียน

หลังกลับจากตรวจราชการ เจียงเหวินโจวมีเวลาอยู่ในจวนเพียงไม่กี่วัน

ดังนั้นเรื่องที่ต้องจัดการจึงมากเป็นพิเศษ

นอกจากฎีกากองโตแล้ว ยังมีบัญชีในจวน

เรื่องของบ่าวไพร่ และการเรียนของบุตรหลาน

ที่เขาต้องถามไถ่

ช่วงบ่ายวันนั้น เจียงหว่านอี๋ เดินผ่านห้องหนังสือของบิดาพอดี เดิมทีนางไม่ได้คิดจะเข้าไป

จนกระทั่งได้ยินเสียงคุ้นหูดังออกมา

“บทนี้ยังจำไม่ได้อีกหรือ”

ฝีเท้าของเด็กหญิงหยุดลง นางชะโงกหน้าเข้าไปมอง

ภายในห้อง เจียงจื่อเฉิงยืนก้มหน้าอยู่หน้าโต๊ะ

สีหน้าหดหู่ผิดกับยามอยู่ต่อหน้าบ่าวไพร่โดยสิ้นเชิง

เจียงเหวินโจวนั่งอยู่หลังโต๊ะ ในมือมีสมุดเล่มหนึ่ง

“อาจารย์สอนไปแล้วกี่ครั้ง”

“สามครั้งขอรับ”

“สามครั้งแล้วยังตอบไม่ได้?”

เจียงจื่อเฉิงก้มหน้าต่ำกว่าเดิม

เจียงหว่านอี๋มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไป

“ท่านพ่อ”

เจียงจื่อเฉิงหันมาทันที

สีหน้าคล้ายเห็นผู้ช่วยชีวิต

“พี่หญิงใหญ่”

เจียงหว่านอี๋มองเขา

จากนั้นมองบิดา

“พวกท่านทำอะไรอยู่”

“ตรวจการเรียน”

เจียงเหวินโจวตอบ ก่อนปรายตามองบุตรชาย

“ดูเหมือนเงินที่จ่ายให้อาจารย์ทุกเดือน

จะเสียเปล่าไปไม่น้อย”

เจียงจื่อเฉิงไม่กล้าพูดอะไร

เจียงหว่านอี๋กลับไม่ได้สนใจจะช่วย

นางเดินไปหยิบขนมบนโต๊ะบิดามากินอย่างเป็นธรรมชาติ

“เรียนไม่ได้ก็ให้เรียนใหม่”

เจียงจื่อเฉิงมองนางอย่างไม่อยากเชื่อ

นี่เรียกว่าช่วยหรือ?

เจียงเหวินโจวกลับพยักหน้า

“พ่อก็คิดเช่นนั้น”

“ท่านพ่อ!”

เจียงจื่อเฉิงหลุดปากออกมา

เจียงหว่านอี๋กัดขนมอีกคำ ก่อนมองเขาด้วยความสงสัย

“เจ้าจะโวยวายทำไม”

“ข้าไม่ได้โวยวาย”

“เสียงดังถึงเพียงนี้ยังไม่เรียกว่าโวยวายอีกหรือ”

เจียงจื่อเฉิงอ้าปาก

สุดท้ายเลือกเงียบ

ในจวนนี้ หากเถียงกับท่านพ่อยังพอมีเหตุผลให้พูด

แต่หากเถียงกับพี่หญิงใหญ่ เหตุผลไม่ค่อยมีประโยชน์

เจียงเหวินโจวเปิดสมุดอีกหน้า

“เดือนหน้าเข้าสำนักศึกษาแล้ว หากยังเป็นเช่นนี้

เจ้าก็คงตามผู้อื่นไม่ทัน”

เจียงหว่านอี๋ที่กำลังหยิบขนมชิ้นที่สองชะงัก

“สำนักศึกษาหรือเจ้าคะ”

“อืม”

“จื่อเฉิงจะไป?”

เจียงจื่อเฉิงหันมามองทันที

“ข้าไปอยู่แล้ว”

น้ำเสียงนั้นมีความไม่พอใจเล็กน้อย

ราวกับถูกดูแคลน ทว่าเจียงหว่านอี๋ไม่สนใจ

นางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอีกไม่นานบุตรชายหลายคนในจวนจะต้องกลับเข้าสำนักศึกษาหลังช่วงหยุด

แม้แต่เจียงจื่อเฉิงก็ได้ไป

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“แล้วเซี่ยจิ่งเหิงเล่า”

ทั้งห้องเงียบลง

เจียงจื่อเฉิงเป็นคนแรกที่หันมามองนาง

เจียงเหวินโจวเองก็เงยหน้าขึ้น

“ทำไมหรือ?”

“เขาไม่ได้ไปสำนักศึกษาหรือเจ้าคะ”

เจียงหว่านอี๋ถาม

เจียงจื่อเฉิงขมวดคิ้ว

“เขาจะไปได้อย่างไร”

“เหตุใดจะไม่ได้"

“ก็เขา...”

คำพูดหยุดลงกลางคันเมื่อสายตาของบิดามองมา

เจียงจื่อเฉิงเม้มปาก ก่อนตอบใหม่

“เขาไม่เคยไปอยู่แล้ว”

ไม่เคยไป เจียงหว่านอี๋นิ่งไป

ชาติที่แล้วนางไม่เคยสนใจเรื่องนี้เลย

นางรู้เพียงว่าเซี่ยจิ่งเหิงชอบอ่านหนังสือ

รู้ว่าเขามักอยู่ในหอหนังสือ

และรู้ว่าในอีกหลายปีต่อมา เขาจะสอบได้ดี

เสียจนชื่อของเขากลายเป็นที่กล่าวถึงในเมืองหลวง

จากนั้นก็ไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ

สูงเสียจนในวันที่ตระกูลเจียงตกต่ำ

นางต้องเงยหน้ามองเขา

แต่ก่อนหน้านั้นเล่า? เขาเรียนที่ใด ใครเป็นอาจารย์

แล้วเหตุใดนางไม่เคยรู้เลย

“หว่านหว่าน?”

เสียงบิดาทำให้นางได้สติ

เจียงหว่านอี๋กะพริบตา

“เขาอ่านหนังสือเก่งนะเจ้าคะ”

คราวนี้เจียงเหวินโจวสนใจขึ้นมาจริง ๆ

“เจ้ารู้ได้อย่างไร”

“ข้า…”

เด็กหญิงอ้ำอึ้งอยู่บ้าง จะบอกได้อย่างไรว่า

ชาติที่แล้วเซี่ยจิ่งเหิงสอบได้ดีกว่าคนในจวนเจียง

ทั้งหมด นางจึงนึกถึงหอหนังสือขึ้นมา

“เขาอ่านหนังสือในหอของเราตั้งมากมาย”

“อ่านมากไม่ได้แปลว่าเรียนดี”

“แต่เขาอ่านเข้าใจ”

“เจ้ารู้อีกแล้วหรือ”

เจียงหว่านอี๋เริ่มหงุดหงิด

เหตุใดท่านพ่อจึงถามมากนัก

“ข้ารู้ก็แล้วกัน”

เจียงเหวินโจวมองบุตรสาว

เด็กหญิงเชิดคางขึ้นเล็กน้อย เห็นชัดว่าไม่มีความคิดจะอธิบายเพิ่มเติม

เขากลับไม่ได้ซักต่อ

เพียงพยักหน้าอย่างคุ้นเคย

“อ้อ”

เจียงจื่อเฉิงมองสองพ่อลูกสลับกัน

เท่านี้หรือ?

พี่หญิงใหญ่บอกว่า ‘ข้ารู้ก็แล้วกัน’ แล้วท่านพ่อก็ยอมรับเช่นนี้เลยหรือ?

แต่เจียงหว่านอี๋ไม่ได้สนใจเขาแล้ว

นางกำลังคิดเรื่องอื่น

เซี่ยจิ่งเหิงไม่เคยเข้าสำนักศึกษา

แต่ต่อไปเขาจะสอบได้ดี

หมายความว่า ต่อให้ไม่มีผู้ใดช่วย

เขาก็ยังหาทางของตนเองได้อยู่ดี เมื่อคิดเช่นนี้

นางควรสบายใจ ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด

เจียงหว่านอี๋กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

ชาติที่แล้วเขาต้องลำบากเพียงใด

กว่าจะเดินไปถึงตรงนั้น นางไม่รู้

แต่มีเรื่องหนึ่งที่นางรู้แน่ชัด

ในตอนที่เขาลำบาก...นางไม่ได้ช่วย

บางครั้งยังขวางเสียด้วยซ้ำ

มือเล็กที่ถือขนมค่อย ๆ ลดลง

ไม่ดีแล้ว....

หากเรื่องนี้ถูกจดอยู่ในบัญชีแค้นด้วยเล่า?

เจียงหว่านอี๋เงยหน้าขึ้นทันที

“ท่านพ่อ”

“หืม?”

เด็กหญิงเม้มริมฝีปาก=ก่อนถามอย่างจริงจัง

“หากคนผู้หนึ่งควรได้เรียน แต่เราไม่ให้เขาเรียน…”

นางหยุดคิดเล็กน้อย

“เขาจะโกรธมากหรือไม่”

เจียงเหวินโจวมองบุตรสาวอย่างประหลาดใจ

ส่วนเจียงจื่อเฉิงนั้นเริ่มรู้สึกว่า...

คำถามนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับการเรียนของเขาแล้ว.

บทก่อนหน้า
บทถัดไป